Menu : ประวัติอาจารย์คริส Fitness ภาษาอังกฤษ
บทเรียน : ครูเป็นฝรั่งรึเปล่า แกงกะลูมิตร
  Tense แปลว่า “เกร็ง” แค่ทักทาย...
Look me at my talking Dick!! Hay you farang...
   
Let me look at my talking dick !!
 
 
Farang Girl : What is the definition of this word ?
สาวฝรั่ง : คำนี้แปลว่าอะไรเหรอคะ ?
Thai Man : I’m not sure, let me look at my talking DICK for you !!! ??
หนุ่มไทย : ผมก็ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวผมดูไอ้จู๋พูดได้ของผมให้ !!!
 
.......ถ้าฝรั่งบางคนชอบด่วนสรุปอะไรง่ายๆ โดยไม่คิดวิเคราะห์กันก่อน คุณอาจโดนสาวฝรั่งตบหน้า หรือถ้าเป็นหนุ่มฝรั่งเขาอาจวิ่งหนีคุณได้ ส่วนเกย์ฝรั่งคงรอลุ้นให้คุณเอาไอ้ Talking Dick อันนี้ออกมาเร็วๆ และถ้าสาวไทยไปบอกฝรั่งว่าตัวเองมี Talking Dick เขาคงอยากอ๊วกหรืออาจพูดว่า Wow, Unseen Thailand !!! เพราะว่า Talking Dick แปลว่า ไอ้จู๋พูดได้ ……. 555
 
.......ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะศิลปะไทยประยุกต์นั่นเอง คนไทยส่วนใหญ่นำภาษาอังกฤษมาประยุกต์ใช้นานาแล้ว โดยเฉพาะในระยะหลังการทำแบบนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เวลาเรานำภาษาอังกฤษมาใช้ เราจะดัดแปลงคำต่างๆ ให้เหมาะสมหรือมีความเป็นไทยมากขึ้น ทั้งในเรื่องการออกเสียงหรือดัดแปลงคำ โดยตัดพยางค์ออก หรือเพิ่มพยางค์แปลกๆ เข้าไป หลังจากนั้นก็จะได้ภาษาอังกฤษแบบไทยๆ มาใช้อย่างแพร่หลาย กับคนไทยด้วยกันก็ดูอินเทรนด์ แต่พอมีฝรั่งมาสิครับ ความงุนงงก็จะเกิดขึ้น เพราะฝรั่งเขาไม่รู้จักว่าคำที่คุณพูดนี้หมายถึงอะไร ส่วนคุณก็จะงงว่าทำไมฝรั่งเขาไม่เข้าใจภาษาอังกฤษของคุณ
 
.......ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าคุณรู้ต้นตอของคำเหล่านี้ คุณจะสามารถพูดคำเหล่านี้อย่างถูกต้องในเวอร์ชั่นฝรั่ง ผมอยากให้คุณรู้นะครับว่าที่จริงแล้วภาษาอังกฤษมีอยู่ 2 เวอร์ชั่น คือเวอร์ชั่นไทยกับเวอร์ชั่นฝรั่ง แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จึงไปใช้ภาษาอังกฤษแบบเวอร์ชั่นไทยกับฝรั่งเข้า ( ฦรั่งเขาก็งงสิครับ ) อย่างเช่นคำว่า
 
    Talking Dick ที่คนไทยชอบใช้ก็มาจากคำว่า Talking Dictionary
    Go Inter ก็มาจาก Go International ( Go Abroad หมายถึง ไปเมืองนอก )
    Chill Chill มาจากคำว่า Chill Out แปลว่า สบายๆ ผ่อนคลาย ( ไม่ใช่ Children Children )
    I’m freshy มาจากคำว่า I’m freshmen ( นักศึกษาปี 1 )
    I hang มาจากคำว่า I have a hangover ( เมาค้าง )
    I tire from University = ฉันโดนไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย
 
.......ถ้าพูดไปแบบนี้ฝรั่งเขาจะงง เพราะคำว่าไทร์มาจากคำว่า Retire ที่แปลว่าเกษียณ ซึ่งไม่อาจนำมาใช้กับการเรียนในมหาวิทยาลัยได้ จริงๆ แล้วต้องใช้ Drop out from University น่าจะเหมาะกว่า
 
.......แม้แต่คำว่า I’m going to the fitness ที่จริงแล้วคำว่า Fitness ในภาษาอังกฤษแปลว่า ความฟิต ไม่ใช่สถานที่ออกกำลังกาย ถ้าคุณจะพูดกับฝรั่ง คุณต้องบอกว่า I’m going to the gym หรือ I’m going to the fitness center นะครับ ( Work out แปลว่า ออกกำลังกาย ครับ )
 
.......ปัญหาต่อไปของภาษาอังกฤษเวอร์ชั่นไทยก็คือ การออกเสียง มีภาษาอังกฤษหลายคำที่ถูกคนไทยนำมาทับศัพท์แล้วใช้แบบไทยๆ โดยดัดแปลงเสียงให้มีความเป็นไทยมากขึ้น ตัวอย่างนะครับ
 
ไอติม ( Itim ) = Ice-cream ฟุตบาท ( Footpard ) = Footpath
ยีนส์ ( Yean ) = Jeans กะหรี่ปั๊บ ( Garee Pub ) = Curry Puff
โยคะ ( Yoka ) = Yoga กิโลเมตร ( Gilomate ) = Kilometer
 
.......ปัญหาสุดท้ายของภาษาอังกฤษแบบเวอร์ชั่นไทยก็คือ ภาษาอังกฤษที่ใช้ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นในเหตุการณ์ที่มีคนไทยคนหนึ่งอยากชมว่าชุดแส็ค ( กระโปรง ) ของสาวฝรั่งสวยมาก
 
Farang Girl : Hi, how are you today ?
สาวฝรั่ง : สวัสดีค่ะ สบายดีไหมคะ ?
Thai Girl : I’m fine thank you. Wow, I like the sack that you’re wearing, it’s really beautiful !!!
สาวไทย : สบายดีค่ะ กระสอบที่คุณใส่มาวันนี้ดูสวยดีนะคะ !? ( ตกลงจะชมหรือว่าด่ากันแน่ )
 
.......ที่เป็นแบบนี้เพราะกระโปรงยาวชิ้นเดียวที่คนไทยเรียกว่าชุดแส็ค ในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Dress ครับ แต่คำว่าแส็ค ( Sack ) แปลว่ากระสอบ เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าบางครั้งเราใช้ภาษาอังกฤษมาตั้งให้กับสิ่งของต่างๆ ทั้งที่ในภาษาอังกฤษเขาใช้คำอื่น อย่างเช่น
 
    Have you seen my James Bond bag ?
    Elvis Presley has very long johns !
    Can I borrow your mag ?
ประโยคเหล่านี้ฝรั่งเขาไม่เข้าใจคุณหรอกครับเพราะเขาไม่รู้ว่า
 
    James Bond bag คือ กระเป๋าเจมส์ บอนด์ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเรียกว่า Briefcase
    Johns คือ จอห์นผม ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเรียกว่า Sideburns
    Mag คือแม็กเย็บกระดาษ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเรียกว่า Stapler
.......ปัญหานี้คงเกิดขึ้นน้อยลงหากคุณรู้จักศัพท์ภาษาอังกฤษมากขึ้น พยายามค้นหาว่าคำภาษาอังกฤษที่คนไทยชอบใช้ในภาษาไทย แท้จริงแล้วฝรั่งเขาใช้คำอะไร และออกเสียงกันอย่างไร