| Let me look at my talking dick !! |
| |
|
| |
| Farang Girl : What is the definition of this word ? |
| สาวฝรั่ง : คำนี้แปลว่าอะไรเหรอคะ ? |
| Thai Man : Im not sure, let me look at my talking DICK for you !!! ?? |
| หนุ่มไทย : ผมก็ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวผมดูไอ้จู๋พูดได้ของผมให้ !!! |
| |
...... .ถ้าฝรั่งบางคนชอบด่วนสรุปอะไรง่ายๆ โดยไม่คิดวิเคราะห์กันก่อน คุณอาจโดนสาวฝรั่งตบหน้า หรือถ้าเป็นหนุ่มฝรั่งเขาอาจวิ่งหนีคุณได้ ส่วนเกย์ฝรั่งคงรอลุ้นให้คุณเอาไอ้ Talking Dick อันนี้ออกมาเร็วๆ และถ้าสาวไทยไปบอกฝรั่งว่าตัวเองมี Talking Dick เขาคงอยากอ๊วกหรืออาจพูดว่า Wow, Unseen Thailand !!! เพราะว่า Talking Dick แปลว่า ไอ้จู๋พูดได้
. 555 |
| |
...... .ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะศิลปะไทยประยุกต์นั่นเอง คนไทยส่วนใหญ่นำภาษาอังกฤษมาประยุกต์ใช้นานาแล้ว โดยเฉพาะในระยะหลังการทำแบบนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เวลาเรานำภาษาอังกฤษมาใช้ เราจะดัดแปลงคำต่างๆ ให้เหมาะสมหรือมีความเป็นไทยมากขึ้น ทั้งในเรื่องการออกเสียงหรือดัดแปลงคำ โดยตัดพยางค์ออก หรือเพิ่มพยางค์แปลกๆ เข้าไป หลังจากนั้นก็จะได้ภาษาอังกฤษแบบไทยๆ มาใช้อย่างแพร่หลาย กับคนไทยด้วยกันก็ดูอินเทรนด์ แต่พอมีฝรั่งมาสิครับ ความงุนงงก็จะเกิดขึ้น เพราะฝรั่งเขาไม่รู้จักว่าคำที่คุณพูดนี้หมายถึงอะไร ส่วนคุณก็จะงงว่าทำไมฝรั่งเขาไม่เข้าใจภาษาอังกฤษของคุณ |
| |
|
...... .ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าคุณรู้ต้นตอของคำเหล่านี้ คุณจะสามารถพูดคำเหล่านี้อย่างถูกต้องในเวอร์ชั่นฝรั่ง ผมอยากให้คุณรู้นะครับว่าที่จริงแล้วภาษาอังกฤษมีอยู่ 2 เวอร์ชั่น คือเวอร์ชั่นไทยกับเวอร์ชั่นฝรั่ง แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จึงไปใช้ภาษาอังกฤษแบบเวอร์ชั่นไทยกับฝรั่งเข้า ( ฦรั่งเขาก็งงสิครับ ) อย่างเช่นคำว่า |
| |
Talking Dick ที่คนไทยชอบใช้ก็มาจากคำว่า Talking Dictionary
Go Inter ก็มาจาก Go International ( Go Abroad หมายถึง ไปเมืองนอก )
Chill Chill มาจากคำว่า Chill Out แปลว่า สบายๆ ผ่อนคลาย ( ไม่ใช่ Children Children )
Im freshy มาจากคำว่า Im freshmen ( นักศึกษาปี 1 )
I hang มาจากคำว่า I have a hangover ( เมาค้าง )
I tire from University = ฉันโดนไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย |
| |
|
...... .ถ้าพูดไปแบบนี้ฝรั่งเขาจะงง เพราะคำว่าไทร์มาจากคำว่า Retire ที่แปลว่าเกษียณ ซึ่งไม่อาจนำมาใช้กับการเรียนในมหาวิทยาลัยได้ จริงๆ แล้วต้องใช้ Drop out from University น่าจะเหมาะกว่า |
| |
...... .แม้แต่คำว่า Im going to the fitness ที่จริงแล้วคำว่า Fitness ในภาษาอังกฤษแปลว่า ความฟิต ไม่ใช่สถานที่ออกกำลังกาย ถ้าคุณจะพูดกับฝรั่ง คุณต้องบอกว่า Im going to the gym หรือ Im going to the fitness center นะครับ ( Work out แปลว่า ออกกำลังกาย ครับ ) |
| |
...... .ปัญหาต่อไปของภาษาอังกฤษเวอร์ชั่นไทยก็คือ การออกเสียง มีภาษาอังกฤษหลายคำที่ถูกคนไทยนำมาทับศัพท์แล้วใช้แบบไทยๆ โดยดัดแปลงเสียงให้มีความเป็นไทยมากขึ้น ตัวอย่างนะครับ |
| |
| ไอติม ( Itim ) = Ice-cream |
ฟุตบาท ( Footpard ) = Footpath |
| ยีนส์ ( Yean ) = Jeans |
กะหรี่ปั๊บ ( Garee Pub ) = Curry Puff |
| โยคะ ( Yoka ) = Yoga |
กิโลเมตร ( Gilomate ) = Kilometer |
|
| |
...... .ปัญหาสุดท้ายของภาษาอังกฤษแบบเวอร์ชั่นไทยก็คือ ภาษาอังกฤษที่ใช้ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นในเหตุการณ์ที่มีคนไทยคนหนึ่งอยากชมว่าชุดแส็ค ( กระโปรง ) ของสาวฝรั่งสวยมาก |
| |
| Farang Girl : Hi, how are you today ? |
| สาวฝรั่ง : สวัสดีค่ะ สบายดีไหมคะ ? |
| Thai Girl : Im fine thank you. Wow, I like the sack that youre wearing, its really beautiful !!! |
| สาวไทย : สบายดีค่ะ กระสอบที่คุณใส่มาวันนี้ดูสวยดีนะคะ !? ( ตกลงจะชมหรือว่าด่ากันแน่ ) |
| |
...... .ที่เป็นแบบนี้เพราะกระโปรงยาวชิ้นเดียวที่คนไทยเรียกว่าชุดแส็ค ในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Dress ครับ แต่คำว่าแส็ค ( Sack ) แปลว่ากระสอบ เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าบางครั้งเราใช้ภาษาอังกฤษมาตั้งให้กับสิ่งของต่างๆ ทั้งที่ในภาษาอังกฤษเขาใช้คำอื่น อย่างเช่น |
| |
Have you seen my James Bond bag ?
Elvis Presley has very long johns !
Can I borrow your mag ?
|
| ประโยคเหล่านี้ฝรั่งเขาไม่เข้าใจคุณหรอกครับเพราะเขาไม่รู้ว่า |
| |
James Bond bag คือ กระเป๋าเจมส์ บอนด์ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเรียกว่า Briefcase
Johns คือ จอห์นผม ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเรียกว่า Sideburns
Mag คือแม็กเย็บกระดาษ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเรียกว่า Stapler |
...... .ปัญหานี้คงเกิดขึ้นน้อยลงหากคุณรู้จักศัพท์ภาษาอังกฤษมากขึ้น พยายามค้นหาว่าคำภาษาอังกฤษที่คนไทยชอบใช้ในภาษาไทย แท้จริงแล้วฝรั่งเขาใช้คำอะไร และออกเสียงกันอย่างไร |
| |
|