Menu : ประวัติอาจารย์คริส Fitness ภาษาอังกฤษ
บทเรียน : ครูเป็นฝรั่งรึเปล่า แกงกะลูมิตร
  Tense แปลว่า “เกร็ง” แค่ทักทาย...
Look me at my talking Dick!! Hay you farang...
   
Tense แปลว่า “เกร็ง”
“คนไทยมีปัญหาการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพราะกังวลเรื่อง Grammar มากไปเวลาจะใช้”
 
 
.......การเรียนภาษาอังกฤษโดยเน้นแต่ Grammar เสียส่วนใหญ่ เหมือนที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเขาสอนกัน เป็นภาษาอังกฤษแบบทฤษฎี หรือเพื่อความถูกต้องเท่านั้น จริงๆ แล้วฝรั่งเขาไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะพูดได้ถูกเหมือนเขาหรอกครับ เอาแค่ให้รู้เรื่องก็พอแล้วครับ ถ้าคุณมัวแต่มาเรียนภาษาอังกฤษเพื่อความถูกต้องอย่างเดียว คิดจะใช้แต่ภาษาอังกฤษที่ถูกต้องเท่านั้น ชาตินี้คุณไม่มีวันพูดภาษานี้ได้ดีแน่ๆ เพราะคุณจะเครียดและเกร็งตลอดเวลา ถ้าไม่เชื่อ มาดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสมองของคนไทยบางคน เวลาที่จะต้องฟุต ฟิต ฟอ ไฟ กับฝรั่งดีกว่าครับ
 
คุณ Paul ถามคุณสมศรีง่ายๆ ว่า
“ Somsri, how was your day yesterday, where did you go, what did you do???!!! ”
 
ก่อนที่คุณสมศรีจะตอบ นี่คือสิ่งที่เธอคิดครับ ดูสิครับว่าเหมือนคุณรึเปล่า
 
.......“ตายห่าแล้ว ตูไม่น่ามายืนตรงนี้เลย ซวยจริงๆ ดูสิเลยต้องมานั่งพูดไอ้ภาษาบ้าเนี่ย ไม่ได้พูดตั้งนาน แถมไอ้ที่เรียนก็ลืมหมดแล้ว ตูจะพูดให้มันเข้าใจได้ไหมเนี่ย ถ้าพูดผิด เดี๋ยวฝรั่งมันก็ไม่เข้าใจเหมือนที่คุณครูเคยขู่ไว้ แถมไอ้คนไทยแถวนี้ ต้องมองว่าเราภาษาห่วยอีก โอ๊ย เซ็งจริงๆ เลย.....”
 
.......“เอ้า...ลองดูเว้ย ตกลงมันถามว่า “เมื่อวานนี้เป็นยังไง” โอเค ถามถึงอดีต เราอยากจะตอบว่า เราไปซื้อของที่ห้าง กินข้าวเที่ยวกับแฟน ร้องคาราโอเกะ และ....เฮ้ย เดี๋ยวก่อน เราต้องใช้ Tense Grammar อะไรวะ ถ้าพูดถึงอดีต Past Simple, Present Perfect, Past Continuous เอ๊ะ....แล้วช่อง 2 ช่อง 3 ของ eat กับ sing คืออะไรวะ อี๊ด แอ๊ด อู๊ด หรือเปล่าวะ และก็ sing song song อ๊ะป่าวอ่ะ....
 
โอ๊ย ปวดหัวโว้ย วัยรุ่นเซ็ง ไม่รู้ต้องใช้ Tense Grammar อะไร แบบไหน แถมช่อง 1 2 3 ก็ลืมหมดแล้ว... เอาวะ ถ้างั้นก็ตอบง่ายๆ แบบมั่วๆ แล้วกัน
 
“ I go went gone to The Mall Yesterday!! ”
 
จ๊าก...เอาทั้ง 3 ช่องเลยนะ จบข่าว สมศรีรายงาน
 
ในกรณีของสมศรียังดีนะครับ บางคนถึงกับเครียด กลัวจะเสียหน้ามากถ้าพูดผิด เลยเลือกตอบแค่ Yes, No, OK, Thank you, Good Bye ก็มี ขณะที่บางคนอาจจะแค่ยิ้มอย่างเดียว (สยามเมืองยิ้ม)
 
4 ปัจจัยของการพูดภาษาอังกฤษ (The Four Factors)
  • Fluency = ความไหลลื่น
  • Understanding = ความเข้าใจ
  • Happiness / Confidence = ความสุขและความมั่นใจ
  • Correctness = ความถูกต้อง
  •  
    เห็นไหมครับว่า ความถูกต้องหรือ Grammar นั้นอยู่อันดับท้ายสุด
     
    .......บางคนสงสัยว่า ถ้าไม่พูดให้ถูกต้องตามหลัก Grammar ฝรั้งจะเข้าใจสิ่งที่พูดหรือเปล่า ส่วนใหญ่ฝรั่งจะไม่เข้าใจเพราะการออกเสียงของเรา และการแปลตรงตัว และการเรียบเรียงประโยคแบบแปลกๆ
     
    - Can you give me some power heart?
    - My shoe bite me!
    - You know me a little go!!
     
    .......ต่อไปนี้ผมจะแสดงให้คุณเห็นว่าการที่เราจะพูดได้อย่างไหลลื่นมากขึ้น โดยไม่ใช้ Verb Tense Grammar แล้วฝรั่งยังเข้าใจ แม้ว่าจะไม่ถูกต้องนั้นทำอย่างไร
    .......เทคนิค คือ ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าต้องใช้ Verb Tense ไหน หรือจำช่อง 2 ช่อง 3 ไม่ได้ หรือไม่แน่ใจว่า Verb + ed (Regular Verbs) ออกเสียงอย่างไร ผมอยากให้คุณใช้ Verb ช่อง 1 (Present Simple) ในประโยคของคุณไปเลยครับ คุณจะได้มีความไหลลื่น ไม่ต้องมาเครียด คิดมากเกี่ยวกับ Verb Tense Grammar อีกต่อไป
    .......วิธีที่จะทำให้ฝรั่งเข้าใจประโยคที่ผิด Verb Tense ของคุณ ก็คือ ประโยคที่ใช้ช่อง 1 จะต้องมีคำของเวลาเพื่อให้ฝรั่งรู้ว่าเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นเมื่อไหร่ มาดูตัวอย่างกันครับ
     
    Present Continuous
  • I am watching a movie at Major Ratchayotin.
  • I watch a movie at Major Ratchayotin now/at the moment.

  • I am sleeping at home.
  • I sleep at home now/at the moment.
     
    Past Simple
  • I went to The Mall yesterday.
  • I go to The Mall yesterday.

  • I ate noodles in the canteen this morning.
  • I eat noodles in the canteen this morning.
     
    Present Perfect
  • I have had lunch already.
  • I have lunch already.

  • I have lived in Bangkok for two months.
  • I live in Bangkok for two months.
     
    Past Simple and Past Continuous
  • I saw a ghost when I was taking a shower last night!
  • I see a ghost when I take a shower last night!

  • I Found 500 baht when I was walking to school yesterday.
  • I Find 500 baht when I walk to school yesterday.
     
    Present Perfect Continuous
  • I have been studying at Rangsit University for 2 years.
  • I study at Rangsit University for 2 years now.

  • I have been exercising for 2 hours.
  • I exercise for 2 hours now.
     
    .......ส่วน Future Tense ก็อย่าลืมใช้ will ที่แปลว่า “จะ” กันเยอะๆ ด้วยนะจ๊ะ อันนี้ไม่น่ายากเกินไปนะครับ เพราะภาษาไทยก็ใช้เหมือนกัน
     
    .......จากประโยคตัวอย่าง เห็นได้ว่ากุญแจที่ช่วยให้พูดภาษาอังกฤษได้ไหลลื่น และฝรั่งเข้าใจ ไม่ได้อยู่ที่ Grammar แต่อยู่ที่การใช้ประโยคง่ายๆ บวกกับคำที่จะทำให้ฝรั่งเข้าใจ กุญแจพวกนี้ก็คือ “คำบอกเวลา” นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคำของอดีต หรือคำของอนาคต ต่อไปนี้คุณไม่ต้องมานั่งกังวลกับ Grammar อีกต่อไปแล้วครับ